Apples Picking ^ ^

 
เนื่องจากไอริส(MCB, Postdoc) ซึ่งเป็นเพื่อนไต้หวันของพี่กิ๊บได้เสนอโปรแกรม Apple picking ขึ้นมา
ไม่รอช้า ลัลลา น้องดรีมก็ตอบรับการไปเก็บแอปเปิ้ลนี้อย่างสวยงาม…

ได้เวลาเที่ยงตรงของวันเสาร์ เรามีนัดกันที่ลานจอดรถของ Business School
สวนที่เราจะไปกันก็คือ Johnny Appleseed’s Farm ที่เพื่อนของไอริสเคยไปมาเมื่อเสาร์ที่แล้ว
ฟาร์มอยู่ที่ Ellington, Tolland เป็นเมืองที่อยู่ถัดไป
ส่วนดรีมไปกะชาวบ้านด้วยอาการไม่รู้เรื่องอะไร เฮไหนเฮนั่น ฟาร์มอยู่ไหน ข้าเจ้าบ่ะฮู้
 
แค่เริ่มออกเดินทาง ลางร้ายก็เริ่มปรากฎ…
ออกจาก campus แทนที่จะ take Route 195 ตรงไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไป Ellington
อี GPS ตัวฉลาดของไอริสก็หลอกพาไปวนนู่นนี่ อ้อมกันซะหนึ่งรอบ
อ่ะนะ -*-
ที่อยู่ที่ put ให้เจ้า GPS พาไปเป็นฟาร์มที่ไหนซักที่ โอ แม่เจ้า มันพากรูมาที่ไหนนี่?!!! อีหนูไม่รู้ เพราว่าเป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ข้างหลัง (แอบดูจากโบรชัวร์ที่พี่กิ๊บถือแล้วเจ้าของคนนี้น่าจะมีฟาร์ม 3 ฟาร์ม) ทางเข้าเป็นทางลูกรัง ไอริสพารถขโยกเขยกเข้าไป ผ่านฟาร์มไปหนึ่งรอบ เราแอบเห็นป้ายแระ แต่ไม่เห็นผู้คนเรย เงียบยังกะป่าช้า ประตูฟาร์มก็ปิด แล้วไหนวะแอปเปิ้ล ไม่เห็นมีแดงๆ เรยซักกะติ๊ด
ตายละหว่า เอาหยั่งไงอ่ะเนี่ย…
พอดี๊ พอดี มีคนงานของไร่เค้าขับรถมา บอกว่าฟาร์มปิด ถ้าจะเก็บแอปเปิ้ลให้ไปอีกฟาร์มนึง อยู่ที่ Route 83
เราเรยชะโงกหน้าออกนอกหน้าต่างรถไปถาม เค้าก็บอกว่าให้ไปตามทางลูกรังนี้แหละ สุดถนนแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปเรื่อยๆ จะอยู่ทางซ้ายมือ ประมาณครึ่งไมล์ได้ แม่เจ้า!!! ไผจะฮู้เจ้า ว่า half mile นี่มันต้องขับไปไกลเท่าใด –"
แผนที่ที่ให้มาในโบรชัวร์ก็ดูไม่รู้เรื่อง โทรไปตามเบอร์ที่มันบอกว่า For information call ก็ไม่มีผีฝรั่งตนไหนมารับ
อืม..
(ข้อเตือนใจ จะไปไหนให้โทรไปเช็คก่อนเด้อ ว่าเค้าเปิดแน่ๆ เผื่อมันจะเกิดเหตุฉุกเฉิน ปิดฟาร์มเพราะแอปเปิ้ลหมด จะซวยเอา)
 
อืม ไปเรื่อยๆ ก็ไปเรื่อยๆ
เลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆ แมร่งก็ไม่เจอซักที อ่าว ดันเจอทางแยกซะอีก อ่าว ไหนว่ามีแยกเดียวไงฟะ
ไอริสตัดสินใจเลี้ยวขวา เริ่มสับสนชีวิตกันแระชะนีรวมชาติ ขับไปจนถึงทางสามแพร่ง(ไสยศาสตร์ดีมะ) ก็เลยตัดสินใจจอด ไอริสจะโทรถามเพื่อนไต้หวัน ส่วนอีดรีมผู้หน้าด้านหลังจากใช้ความพยายามกับ GPS ตัวจ้อยไม่สำเร็จ ก็ได้ดุ๊บดิ๊บลงไปจากรถพุ่งเป้าหมายไปยังป้าคนหนึ่งที่จอดรถอยู่เพื่อถามไถ่เส้นทาง แล้วมันฮามากคือเค้าบอกให้กลับทางเดิม เราเลยถึงบางอ้อเรยว่าอีคนงาน(อีเวร)มันลืมเลี้ยวซ้ายไปเลี้ยวนึง ครือมันบอกให้เรา"ตรงไปตามทางนี้แล้วเลี้ยวซ้ายแล้วไปเรื่อยๆ จะอยู่ซ้ายมือ" พอเราเจอแยกที่สองเราเลยงงกัน แต่จริงๆ มันควรจะบอกเราว่า"ตรงไปตามทางนี้ เลี้ยวซ้ายแล้วไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีนึง จะอยู่ทางซ้ายมือ" เห็นป่ะ มันลืมไปเลี้ยวนึง อีเวร
อืม เรื่องมันก็ฮาอีก คือพอถามเส้นทางป้าแกเสร็จ(น่ารัก ฝรั่งมีน้ำใจ บอกเส้นทางเสร็จสรรพก็ให้เราพูดทวนเพื่อให้แน่ใจว่าเราไปถูกจริงๆ) เราก็เลยถามป้าว่าป้ามีปัญหาไรป่าว รถเสียป่าว (ทำตัวเป็นคนดีกะเค้ามั่ง ว่างั้น) ปรากฏว่าหน้าแตกคร่า…
เรื่องของเรื่องก็คือ (ระหว่างนั้นมีขบวนรถฮาร์เลย์แล่นผ่านไปเป็นทิวเป็นแถว) รถป้าไม่ได้เสียหรอก แต่ป้าเค้าจอดดูคาราวานมอไซค์
พอเราขึ้นรถเสร็จปึ๊บ ป้าก็ออกรถปั๊บ ให้รู้ว่ารถป้าไม่ได้เสียเจงๆ เฮ่อ อาย…
 
และแล้วก็ไปถึงสวนแอปเปิ้ลโดยสวัสดี
กะว่าจะถึงบ่ายโมง ไปถึงจริงๆ เกือบบ่ายสองทีเดียว
เอาล่ะ ไปเริงร่ากับแอปเปิ้ลมากมายกันต่อ ^ ^ (ล้าลา)
ไปหยิบถุง แล้วเดินซอกแซกไปตามแถวต่างๆ เราจะเก็บได้เฉพาะแถวที่เค้าอนุญาต คือแถวที่มีป้ายลุงแบกจอบสีเขียวๆ ที่เขียนชื่อพันธุ์เอาไว้
เรายังไม่กล้าเก็บ เลยเดินชิมๆ ไปก่อน ชิมได้แค่สามแถวท้องก็ตึงแระ อยากนอนหงายแผล่ลงตรงนั้นเรย อิ่มไง แอปเปิ้ลลูกโคตรใหญ่ แล้วมันสดๆ จากต้นอ่ะ แบบว่า ฉ่ำน้ำโคตรๆ แล้วคิดว่าก็เพราะว่าแดดแรงด้วย แรงประมาณหน้าร้อนกทม.ได้ เหงื่อตก เลยเหนื่อยและง่วง
แดดจัดมั่กมาก ไม่ชอบตอนแดดแรงๆเลย เพราะว่าทำให้เวลาถ่ายรูปแล้วสีจะ fade หมดเรยอ่า เศร้า T.T
ส่วนพี่สองคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บกันใหญ่ด้วยความหนุกหนาน แค่หมดแถวแรกก็ต้องไปลากรถเข็นมาเป็นตัวช่วยละ เพราะว่าแบกกองแอปเปิ้ลขึ้นเนินไม่ไหว(สวนมันอยู่ในที่ลาดเอียง ประมาณว่าทำไร่บนดอย บ่มีแสงสี ^ ^)
ไอริสแซวว่าดรีมเลือกวิธีการที่ถูกต้องนะเนี่ย เดินชิมไปก่อน แล้วแซวต่อว่า เอ๊ หรือเธอจะไม่ซื้อ เก็บกินฟรีที่นี่อย่างเดียวหรือเปล่า
เฮ้ เฮ้ ไอริส ดรีมต้องการชิมก่อนตะหากล่า แหะแหะแหะ
 
ก็คือว่าถ้าเราเก็บกินในสวน you can eat as much as you can มะต้องเสียตังค์ซักกะบาท แต่ถ้าจะซื้อกลับบ้านราคาก็ถูกมากเลย ปอนด์ละ .99$ เองน้า ถูกกว่า BigY ตั้งเยอะ เห็นป่าว
เราเก็บมาอย่างละลูก เอาไปฝากให้พี่ส้มได้ชิม เพราะว่าพี่โหมการบ้าน มะได้มา ส่วน Jonared+Golden Delicious ที่มันอร่อยกว่าชาวบ้านก็เอามาเยอะหน่อย สามสี่ลูก
ตอนแรกคิดว่าเก็บมาไม่เยอะ สองถุง คนละถุงกับพี่ส้ม แต่พอเอาไปชั่งนน.จริงๆ สองถุงก็ 13.50$ ได้
อืม โกงตาชั่งกรูอ๊ะเป่า
พี่สองคนดิ ฟาดไปคนละสี่สิบนู่นแหละม้างงงงงงงงงง
 
ปล. เทคนิคการเก็บแอปเปิ้ลของดรีม :: ถ้าแอปเปิ้ลลูกไหนมันพร้อมจะมากับเรา มันก็จะมาเอง ไม่ต้องดึงไม่ต้องทึ้ง อย่าออกแรงบังคับ (แอปเปิ้ลจะขัดขืน — ล้อเล่น) แค่ถ้าลองจับดูแล้วมันหลุดมากะมือแสดงว่ามันพร้อมแว้ว สุกเต็มที่ แหม ผลไม้สุกมันก็พร้อมจะหล่นจากต้นจิ ขั้วมันจะหลุดง่ายต่างจากผลที่ยังไม่พร้อมอ่ะนะ
 
แวะไปลัลล้าที่ลานฟักทองที่อยู่ด้านหน้าของไร่แอปเปิ้ลนิดนึง (นิดนึงที่ไหน นานทีเดียว)
เค้าเก็บฟักทองมาจากสวน(ที่อื่นมั้ง) แล้วเอามาวางเรียงรายบนลานหญ้า ให้ลูกค้าได้เลือกเอาตามใจชอบ เสร็จแล้วก็เอาไปชั่งนน. จ่ายตังค์เหมือนแอปเปิ้ลแหละ
ถ่ายรูปกับฟักทองจนจุใจ แล้วก็กลับมาที่ willimatic ตำบลใกล้ๆ มหาลัย เพื่อไปซื้อของที่ร้าน BJ’s
เป็นร้าน wholesale ละม้ายกับแมคโครบ้านเรา
ไม่ค่อยปลื้มร้อก ของถูกกว่าก็จริง แต่มันขายเฉพาะขนาดอุตสาหกรรมครัวเรือนได้
ซื้อซอสสปาเก็ตตี้มาขวดนึง ห้าปีจะกินหมดป่าวก็ไม่รุ
สรุปก็จ่ายแพงกว่าอยู่ดี เฮ่อ… กรรมเจงๆ
 
สังสรรค์กันต่อที่ Bangkok Noi Restaurant
Thai Cuisine แห่งเดียวใกล้ๆ มหาวิทยาลัย
ต้มยำกุ้งยังคงอร่อยเหมือนเคย ^ ^
ดีจริงๆ มีคนทำกับข้าวให้กินเนี่ย…………..
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

9 ตอบกลับที่ Apples Picking ^ ^

  1. นายชัยณรงค์ พูดว่า:

    นี้เพ

  2. นายชัยณรงค์ พูดว่า:

    กรรมทำไมโผล่ไปแค่นั้นได้ไง  จะพิมพ์ว่า"นี้เพื่อนเข้าบล้อกตัวทีไรนะ  เปิ้ลคิดว่าเสียงนิโคลเป็นเสียงดรีมทุกทีเลย"

  3. นายชัยณรงค์ พูดว่า:

    สู้ๆๆ เค้านะน้องดรีมเป้นหมาน้อย  ขอให้ผ่านพ้นฤดูหนาวอันทรหดไปให้ได้นะ

  4. Yannawan-Bualuang พูดว่า:

    I have seen your pictures. I think it is a wonderful day for you and your friends.

  5. นายชัยณรงค์ พูดว่า:

    ง่า น่าอิจฉาเหลือหลาย   แต่เพิ่งรู้ว่าเบื้องหลังของเบื้องหลังของความงามหน้ากล้อง(รึเปล่า) มันจะทุลักทุเลได้ใจมาก

  6. Rasimate พูดว่า:

    Too long arr I heard that Nobel Prize in Med this year is about Stem cell, so you chose popular area nee na; can be Nobel candidate in the future😛

  7. yannawan พูดว่า:

    เมษิณี stem cell เป็นของปีที่แล้วเจ้า ปีนี้ยังไม่ release เจ้า…
    เนี่ยเจ้า เมื่อวันจันทร์พึ่ง discuss กันในคลาสเจ้า ว่าไผควรจะได้ของปีนี้เจ้า
    ส่วนของปีที่แล้ว ก็พึ่งเอาของปีที่แล้วมาเป็น model เรียนเรื่อง mice gene knock-out เจ้า
     
    Press Release : 8 October 2007
    The Noble Assembly at Karolinska Institutet has decided to award The Nobel Prize in Physiology or Medicine for 2007 jointly to Mario R. Capecchi, Martin J. Evans and Oliver Smithies
    for their discoveries of "principles for introducing specific gene modifications in mice by the use of embryonic stem cells"
     
     

  8. yannawan พูดว่า:

    แหะ-แหะ
    ขอสุมาเต๊อะเจ้า…
    แม่นแล้วเจ้า stem cell เป็นของปีนี้ก่ะเนาะ
    ปีที่แล้วเป็น RNAi ตะหาก
     
    ข้าเจ้านึกว่าปีนี้เป็นปี 2008 น่ะเจ้า (สึ่งตึงไปน่อยเนาะ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s