Storrs…lonely campus…หลังการจากไปอันยาวนาน

ไปอยู่กับความอบอุ่นในที่หนาวเหน็บซะนาน…
แม้ว่าจะกลับมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยได้สี่วัน … ก็ยังไม่รู้สึกคุ้นเคยกับความมืดมนอันโดดเดี่ยว…
 
นอกจากนั้น..
แม้ว่าหิมะจะตก แต่ก็รู้สึกร้อนมาก เปิดหน้าต่างกว้าง แล้วใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นจนเพื่อนบ้านทักว่า เชื่อแล้วว่าเธอไปแคนาดามา
 
ตู้จดหมายแน่นเอี้ยด จากตัวเอง หูม และเพื่อนๆ ที่พากันส่งมาจากที่ต่างๆ
ขอบคุณแอ๋ว อ้อ ดีน่า เพื่อนเอก และการ์ดปีใหม่จากเฮียกรวด
 
ได้มรดกเป็นตู้เย็นกับชั้นวางของจากพี่กิ๊บ (หวังว่าพี่กิ๊บจะมีความสุขดีที่ Baltimore) ไมโครเวฟของพี่หนุ่ย กับโคมไฟของพี่แบ๋ว (ทำให้ห้องดูคลาสสิกมากทีเดียว)
เลยต้องทำการจัดห้องเสียยกใหญ่ กลัวเหลือเกินว่าตู้เย็นสองตู้กับไมโครเวฟเครื่องยักษ์ที่มันเทินกันอยู่จะหล่นลงมาทับเราตาย
แต่ก็งงอยู่ว่าของเยอะขึ้นมากๆ แต่ทำไมห้องมันดูโล่งกว่าเดิม (สงสัยคิดไปเอง)
 
กระเตงไปไหนมาไหนกับนิโคล จนจะกลายเป็นปาท่องโก๋ขาพิการอยู่แล้ว
(ข้างนึงผอมน่ารัก อีกข้างนึงอ้วนตุ้มตุ้ย … เหอๆๆ ท่าจะไม่ต้องเดานะ ว่าไผเป็นข้างไหน)
จริงๆ วันที่มาถึงตาบอดเห็นน้ำแข็งเป็นเชื้อรา เลยเทอาหารในตู้เย็นทิ้งหมดทั้งตู้ … โง่ดับเรย
ก็เลยไปฝากท้องกินฟรีกับนิโคลสองมื้อ ทำให้นิโคลกินอีกมื้อนึง
ไป Eastbrook mall กับ BigY ด้วยกัน (นิโคลงงที่เราไม่ชอปสะบั้น … แหมเธอ .. ก็ชั้นพึ่งผลาญเงินไปกับ holiday นินา) ไปนั่งละเลียด Starbuck ด้วยกัน พากันไปถ่ายรูปหิมะ แล้วตบท้ายด้วยการไปกิน Friendly’s ด้วยกัน (ขอโทษอ่ะ ทำนิโคลหนาว)
 
พรุ่งนี้ก็จะไปเที่ยว New Haven ด้วยกันอีก
 
สืบข้อมูลเรื่อง New Haven มาแล้ว
เพื่อนสาวของนิโคลกระซิบมาเรื่องคนดำ
หวั่นใจเล็กน้อย…
แต่เมื่อเพื่อนอยากไปเที่ยวที่ไหนซักที่ …
ก็ต้องไป …
(นิโคลถูกขังอยู่ที่ UConn มาสองอาทิตย์แล้ว น่าฉงฉานจิงๆ โถๆๆ)
 
เหตุเกิดเนื่องจาก …
ความซวยเมื่อวันที่กลับมาถึง (วันเสาร์ที่ผ่านมา)
ต้องการประหยัดงบประมาณในการเดินทางกลับมาที่ campus … วางแผนไว้ว่าจะนั่ง CTtransit จาก BDL มาที่ Union Station แล้วต่อ PeterPan ซึ่งซื้อตั๋วไว้แล้ว กลับมามหาวิทยาลัย
ความซวยก็คือว่า …
flight เช้าจาก London (YXU) เกิดอาการ delay เนื่องจากหมอกหนา หิมะหนัก เครื่องขึ้นไม่ได้ เวลาเลยเปลี่ยนจากแทนที่จะถึง Toronto (YYZ) 7.30AM กลายเป็นแปดโมงเช้า
flight ต่อที่ Toronto มา BDL คือ 9.10AM กำหนดเส้นตายของเวลา check-in คือ 8.35AM
แทนที่ชีวิตจะมี 1 ชั่วโมงซึ่งพอเหมาะสำหรับการย้ายกระเป๋าและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง US Customer ที่ YYZ มันก็กลายเป็นมีแค่ 30 นาทีอันเร่งรีบ
 
ความสนุกก็มีอยู่ว่า…
ลงจากเครื่องที่ Terminal 1 แต่ต้องไปต่อเครื่องที่ Terminal 3
ไกลมาก …
วิ่งจนเหงื่อแตก และ หอบเป็นหมา
ยังไม่พอ กระเป๋ายังมาช้าอีก (AirCanada ครับพี่น้อง จำมันไว้)
ขนาดวิ่งมาตั้งนาน ยังต้องมารอกระเป๋าอีกสิบนาที
กว่าจะได้กระเป๋า กว่าจะกรอกเอกสารคนเข้าเมือง กว่าจะไปต่อแถว customer (ซึ่งคนเยอะมากกกกกกก…และเราต้องทุลักทุเลลากกระเป๋าอันหนักหน่วงไปด้วย) กว่าจะผ่าน customer ออกมาได้ กว่าจะเอากระเป๋ามาดรอป มันก็เป็นเวลา 8.43AM เลยเวลา last check-in มานานมากโข … วิ่งไปถาม info เค้าบอกว่าพยายามหน่อย (ไม่เห็นเหมือน WestJet ที่วอ.เรียกบนเครื่องให้)
วิ่งอีก… แถมตอน check เข้า boarding area เจอครอบครัวเด็กน้อย ถอยหลังไปต่อแถวอื่นก็ไม่ได้อีก มันเข้าได้ทางเดียว …
ผ่านเข้ามาได้ วิ่งไม่คิดชีวิตแล้วครับพี่น้อง แต่! ไม่! อย่าคิดว่าชีวิตมันจะหยุดลำบากแค่นี้…
ปรากฏว่า gate ที่เครื่องเราจอดมันต้องต่อรถไปอีก … แต่รถพึ่งออกไป (เริ่มกรี๊ดในใจ) ขณะนั้นเวลา 8.50AM
ซักอึดใจ รถอีกคันก็มาเทียบ แล้วออกตอน 8.55AM วิ่งไปหยุดไปตลอดทาง (ลุ้นสุดฤทธิ์)
รถมาจอดที่อาคารเชื่อมตอน 9.03AM แต่เราคงต้องวิ่งต่อไปอีก… หาความซวยมากกว่านี้มีอีกมั้ย …
ขึ้นเครื่องตอน 9.08AM
ขึ้นเสร็จ แอร์ยังมาด่าอีกว่าถุงที่ถือขึ้นเครื่องใบใหญ่ไป (AirCanada จำเอาไว้) มันบังคับจะให้เอาไว้ท้ายเครื่องให้ได้ เถียงคอเป็นเอ็นทั้งๆ ที่หอบเหนื่อยว่ามันมี laptop มันจะแตก แกรับผิดชอบได้มั้ย
ในที่สุดมันก็ยอม แต่ทำหน้าเกลียดเราไปตลอด flight
พอถึงที่นั่ง เราก็ถามคนที่เค้านั่งข้างๆ ว่าเค้านั่งสบายรึเปล่า เค้าก็เอาใส่ช่องบนหัวให้ แล้วบอกว่า ถ้ามันใส่ช่องบนหัวได้พอดีก็ไม่ใหญ่หรอก (เห็นรึเปล่าคุณพี่แอร์)
 
คนที่นั่งข้างๆ เป็นคนฝรั่งเศสที่โตที่ CT เนี่ยแหละ
จบวิศวกรจาก Georgia U (จำได้เลาๆ น่าจะมีชื่อเสียงด้านวิศวฯคอมนะ)
น่าตื่นเต้นมากที่เค้าบอกว่าเค้าต้องบินทุกสามวัน เนื่องจากทำงานเป็น mechanic engineer แล้วต้องไปตามที่บริษัทเรียก โอ… ช่างน่าตื่นเต้น
จริงๆ เมื่อคืนวันก่อนเค้าบินมาแล้ว แต่ฝนตกฟ้าแล้วเครื่องลงไม่ได้ เลยไปลงที่ JFK เติมน้ำมันแล้วบินกลับ YYZ
ถือว่า nice มาก เพราะได้ใส่ใจหมุนแอร์บนหัวมาให้เห็นเราหอบเหนื่อย
คุยกันแป๊บเดียวเราก็ขอตัวหลับเพราะเหนื่อยโคตร ไม่ไหวเรย -*-
 
อีกหนึ่งชม. ถัดมาก็มาถึง
ตัวมาถึง แต่กระเป๋าไม่มา (สันนิษฐานว่า ณ ขณะที่เราดรอปกระเป๋า เค้าคงเอาของคนอื่นๆ ไปขึ้นเครื่องหมดแล้ว กระเป๋าเราเลยตกหล่นอยู่ที่นู่น)
มีคนไม่ได้กระเป๋าหลายคนมาก เค้าบินมาจาก BC แล้วเกิดขัดข้องอะไรซักอย่างเนี่ยแหละ ด่าพนักงานใหญ่เลย น่าสงสารมาก (ท่าทางเป็นผู้ชายใจเย็น รับสถานการณ์ป้าๆ ลุงๆ ขี้โมโหได้ดีมาก) ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ชายคนนี้ .. แต่ป้าแกคงอยากหาใครด่าซักคนน่ะ เพราะว่าแกต้องยืนรอกระเป๋ามาทั้งคืนแล้ว เฮ้อ…
มาถึง 10.40AM แต่ต้องรอกระเป๋าสักพัก แล้วต้องไปจัดการเรื่องกระเป๋าหาย
กว่าจะลงมาที่ชั้น B ได้ ก็ 11.05AM รถโดยสารอันได้แก่ CTtransit กับ ConnecticutLimo พึ่งออกไป (ซวยอีกจริงๆ)
โทรเรียก Limo โอเปอเรเตอร์บอกว่ารถรอบต่อไปคือ 12.00PM
ถามเค้าว่าใช้เวลากี่นาที จาก BDL ไป Union Station (สถานีรถ PeterPan)
เค้าบอก 15 นาที
คิดในใจ ค่อยยังชั่ว … ไปถึง 12.15PM รถจะออก 12.30PM
ยังมีเวลา 15 นาทีให้ไปซื้อตั๋ว (เพราะตั๋วที่ซื้อไว้อยู่ในกระเป๋าเดินทางที่มาไม่ถึง)
 
แต่…
รถมาช้า มาถึงประมาณ 12.10PM
มาถึงก็ยังไม่ออกเลย คนขับมัวแต่เสียเวลาเขียนใบเสร็จให้เรากับแลกเงินกับผู้โดยสารอีกคนนึง อยู่นานมาก กว่าจะออกก็เกือบอีกห้านาที
บอกเค้าว่า ช่วยรีบได้มั้ย เพราะว่ารถจะออกตอน 12.30PM
(แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยเหยียบให้กันเลย)
12.26PM ติดไฟแดงอยู่หน้า Union Station กว่าจะเข้าไปถึงก็ 12.28PM
เราวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปซื้อตั๋ว แต่พนักงานซึ่งมีอยู่คนเดียวก็มัวอธิบายอะไรซักอย่างให้คิวก่อนหน้าซึ่งไม่ยอมเข้าใจอะไรซักที
พอมาถึงเรา … Can I still get the ticket for 12.30 bus to UConn?
Sorry, miss. The bus is leaving. แล้วก็ชี้มือไป
ดรีมค่อยๆ หันหน้าไป … รถค่อยๆ ถอยออกจากชานชลา แล้วพุ่งตัวจากไป T T
I cannot sell ticket to you, miss. The bus is gone. (เออ รู้แล้ว เห็นกับตา จะ-จะ เสียดแทงกันหยั่งงี้ใครจะไม่รู้)
 
รถเที่ยวถัดไปคือ 5.30PM
เดินออกนอกประตูออกมา(ด้วยอาการเสียสติไปแล้ว)กำลังคิดๆ ว่าจะโทรหา yellow cap ดีมั้ย หรือว่านั่งรอจนห้าโมงก็มีผู้ชายคนหนึ่ง เดินเข้ามาขอเงิน
โชคดีที่มีกลุ่มวัยรุ่น (ท่าทางเป็นคนดียืนอยู่ใกล้ๆ) เราปฏิเสธเสียงแข็งแล้วแสร้งเดินเข้าไปหาคนกลุ่มนั้น มันเลยจากไป
โทรหา yellow cap ก็ไม่ติดซักที
มองไปฝั่งตรงข้าม เห็นเป็น taxi เหมือนกัน
เลยตัดสินใจก้าวไปถาม (ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก)
 
ช่วงเวลาต่อไปนี้ เป็นอะไรที่หลอนมาจนถึงวันนี้…
พอเท้าก้าวถึงฟุตบาทก็เห็นเลยว่าเป็นกลุ่มคนดำ แต่เราไม่สามารถก้าวเท้ากลับได้แล้ว มันดาหน้าเข้ามากรรโชกเลยว่าไปไหน
ถามมันไปว่า ไป UConn Storrs เท่าไหร่ มันก็บอกราคา เราถามต่อว่าจ่ายเป็น credit card ได้มั้ยเพราะไม่มีเงินสด
มันก็ด่าหยาบคายแล้วหันไปคุยกันโฮกฮาก แล้วหันมาด่าประมาณว่าไปกด atm มาเดี๋ยวนี้เลยสิ
เราตอนนั้นกลัวสุดชีวิตแล้ว เลยบอกว่า งั้นไม่เป็นไร เราไม่ไปแล้ว เราจะรอบัส
มันก็เดินแบบต้อนๆ เราเข้ารถ แล้วบอกว่า I take you. Get in!
(ตอนนี้ขนหัวตั้งแล้ว กลัวมันฆ่าเรามากๆ)
เลยหันมาจ้องหน้ามันแล้วทำเสียงแข็งว่าไม่ไป จะรอบัส แล้วรีบเดินฝ่ามันออกมา
โชคดีที่มันไม่ทำอะไรเรา ฮือ…
 
วินาทีนั้นคิดเลยว่า (กุ)ไม่อยู่แล้วที่นี่ (กุ)กลัว ยังไงก็จะไปจากที่นั่นให้ได้
 
ตัดสินใจโทรเรียก yellow cab อีกครั้ง
โชคดีที่ติด เค้าบอกจะส่งรถมาให้รอที่ชานชลาได้เลย
รอห้านาทีก็มีรถสีเหลืองแล่นเข้ามา
คนขับชะโงกหน้าออกมา เราก็ตะโกนบอกว่าเราเองที่โทรเรียก (ตอนนั้นเราโง่มากที่ไม่ได้สังเกตรอบตัว) เราตะโกนกลับมาว่า รีบขึ้นรถมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน (ดีที่เราเชื่อเค้า)
เลยวิ่งขึ้นรถ แล้วคนขับก็ออกรถทันที
เราทันได้เห็นจากกระจกว่าไอ้พวกคนดำที่เป็นกลุ่มคนขับรถ taxi มันวิ่งดาหน้าเข้ามา ทำท่าจะเอาเรื่อง แล้วด่าหยาบคาย (b..ch)
เรากลัวมากเลย เกือบร้องไห้แล้ว
คนขับรถเค้าก็ปลอบว่า ขอโทษที่ทำให้ตกใจ แต่ถ้ามัวแต่ถามกันก่อน แล้วพวกคนดำมาถึง you’ll never see me again.
เราเลยขอโทษเค้าที่เราสึ่งตึง เค้าบอกว่ามันไม่ทันทำอะไรก็ดีแล้ว
คราวก่อนมันเคยฉุดคนขึ้นรถ แล้วพอดีคนนั้นเค้ามีสติโทรเรียกตำรวจได้ทัน แล้วตำรวจหมายหัวไว้ .. กฎหมายคือคนขับรถแทกซี่ไม่มีสิทธิ์จับตัวเรา เราเลยถึงบางอ้อตอนนั้นว่า โชคดีที่เคยมีเหตุนี้เกิดขึ้นก่อน ไม่งั้นวินาทีก่อนหน้านี้ที่เราไปถามมันแล้วปฏิเสธมันอาจจะลากเราขึ้นรถก็ได้
คนอะไรวะ คุกคามชิบเป๋ง T T
 
กลับมาถึงมหาวิทยาลัยก็เจอต่งต้ง
มันก็ถามเราด้วยใบหน้าแปลกใจว่า หู กล้าจ่ายเนอะ เราเลยบอกว่า แลกกับชีวิต แล้วเล่าให้มันฟัง
ต่งก็เลยเล่าประเด็นปธน.’เมกาให้ฟัง ที่มีคนดำเป็น candidate กับเรื่องที่มีคนจีนถูกคนดำฆ่าตายเพราะไม่ให้เงิน
 
ดรีมเลยเปลี่ยนความคิดไปเลย
ที่เคยเห็นใจคนดำตอนเจน่าซิก … ตอนนี้ ขอไม่เข้าข้างแล้วนะ … ฮือๆๆๆ
น่ากลัวจริงๆ
 
ขอให้ดรีมรอดพ้นจาก New Haven ด้วยความสุขสวัสดีด้วยเถิด
สาธุ…
 
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

6 ตอบกลับที่ Storrs…lonely campus…หลังการจากไปอันยาวนาน

  1. Chalongrat พูดว่า:

    ไปแล้ว ไปลับ…

  2. Witwasin พูดว่า:

    ได้ postcard แล้ว ขอบใจนะ
    นึกว่าลืมกันซะแล้ว
    Happy New Year 2008 นะครับ ช้าไปหน่อยแต่ก็
    ขอให้น้องดรีม เป็นดรีม เพื่อดรีม อย่างนี้ต่อไปละกัน
    สู้ สู้ นะ

  3. Kanokwan พูดว่า:

    น่ากลัวเนอะ (เริ่มรู้สึกตอนไป PA กับ NY เหมือนกัน)
    แต่สงสัย candidate ที่ว่าคือ Abama หรือป่ะ

  4. นายชัยณรงค์ พูดว่า:

    หู น่ากลัวง่ะ เมืองไทยยังดีก่าอีก  อย่างน้อยเค้าก้ไม่กล้าทำอะไรเรา
     
    เนอะว่ามั้ย

  5. Yannawan-Bualuang พูดว่า:

    I wish you a happy holiday in New Haven ^^

  6. Suphannika พูดว่า:

    ตอนแรกว่าจะไม่เหยียดผิวแล้วนะ
    แต่เค้าดูน่ากลัวจริง ๆ ตอนที่เจอที่ Philly มองไปทางไหนก็ใช่หมด
    ยิ่งดรีมเล่าก็ยิ่งไปกันใหญ่ ดีละ.. ดรีมยังอยู่รอดปลอดภัย
     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s